บทความของเรา

การออกแบบสไตล์ Mid-Century Modern 

  • 17 พ.ค. 6521
การออกแบบสไตล์ Mid-Century Modern 

สไตล์ Mid-Century Modern ย้อนไปช่วงปี ค.ศ. 1950 – 1980 หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง ท่ามกลางการขาดแคลนวัตถุดิบในงานอุตสาหกรรม การคิดหาวัตถุดิบรวมทั้งงานดีไซน์รูปแบบใหม่ก็ได้เริ่มขึ้น จากความคิดสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์ในการค้นหาทรัพยากรใหม่ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของงานดีไซน์สไตล์ Mid-Century Modern เสน่ห์ที่มีเอกลักษณ์เหนือกาลเวลา และดีไซเนอร์ในยุคนี้ยังคงได้รับอิทธิพลจากการออกแบบ Form Follows Function หรือเรารู้จักกันในสไตล์ “Bauhaus” ทำให้สไตล์ Mid-Century Modern เป็นงานดีไซน์ที่ลงตัวอิงกับธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็เจือกลิ่นอาย Bauhaus ด้วยรูปทรงเรขาคณิตเน้นฟังก์ชั่นเป็นหลักสำคัญ

 

Did you know? : Bauhaus เป็นงานออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย ตรงไปตรงมา และชัดเจน โดยเน้นเรื่องประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก งานดีไซน์สไตล์นี้จึงมีรูปทรงเรขาคณิต มีความซับซ้อนน้อย นอกจากนี้สีเฟอร์นิเจอร์นิยมใช้ สีขาว น้ำตาล หรือดํา แต่บางครั้งก็มีการใช้แม่สีอย่างแดง เหลือง และน้ำเงินมาเน้นบางจุด

 

การตกแต่งสไตล์ Mid-Century Modern

การใช้ลายเส้นที่เรียบง่ายทั้งเส้นตรงและเส้นโค้ง รวมถึงรูปทรงเรขาคณิต มีการลดทอนองค์ประกอบที่เกินความจำเป็นออกไป เน้นความเป็นธรรมชาติและทันสมัยไปพร้อมๆ กัน และยังคงการใช้งานได้จริง 

เฟอร์นิเจอร์ห้องรับแขกสไตล์ Mid-Century Modern

เฟอร์นิเจอร์ห้องรับแขกสไตล์ Mid-Century Modern

 

เฟอร์นิเจอร์ไม้

เอกลักษณ์ที่พอเรามองปุ๊ปก็สามารถรู้ได้เลยว่าเป็น Mid-Century Modern จะเน้นไปที่เฟอร์นิเจอร์เป็นหลัก ส่วนใหญ่จะมีรูปทรงเรขาคณิต แต่มีความโค้งมนหรือเส้นสายที่อิสระ ขาเก้าอี้หรือโต๊ะจะโปร่ง และทำจากวัสดุไม้หรือเหล็ก ช่วยสร้างบรรยากาศห้องให้ดูโปร่งโล่ง

เฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์ Mid-Century Modern

เฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์ Mid-Century Modern

 

กระจกโปร่งใส

จุดเด่นของการตกแต่งสไตล์ Mid-Century Modern จะเน้นการออกแบบที่มีความเรียบง่ายแต่โดดเด่น ลดทอนองค์ประกอบด้วยการเลือกใช้หน้าต่างบานใหญ่ หรือกระจกใสแทนที่ผนังเพื่อเปิดพื้นที่ให้ดูกว้างสบายตาขึ้น โปร่งโล่ง อีกทั้งยังช่วยให้บ้านดูมีมิติกว้างขึ้น และยังได้รับแสงธรรมชาติอย่างทั่วถึง

 

ธรรมชาติเป็นหัวใจหลัก

เนื่องจากการออกแบบสไตล์ Mid-Century Modern มาจากแถบสแกนดิเนเวียอยู่บ้าง ทำให้การตกแต่งบ้านสไตล์นี้ เน้นให้ได้สัมผัสกับธรรมชาติมากที่สุด โดยการใช้ผนังกระจกแทนผนังบ้านแบบทึบเพื่อรับแสงธรรมชาติ หรือการสร้างระเบียงเล็กๆ เอาไว้นั่งเล่นชิลล์ๆ และการปลูกต้นไม้ในบ้านเพื่อให้ได้สัมผัสความเป็นธรรมชาติมากขึ้น

 

สีเอิร์ธโทน แต่สดใส

สไตล์ Mid-Century Modern จะมีโทนสีที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองอยู่แล้ว ถ้าต้องเพิ่มความสดใสจะเน้นไปที่สีเหลือง และสีส้ม สีที่มีความฉูดฉาดแต่พอดี และยังคงความมีสีสันโทนสีสบายตา จะเน้นไปที่สีเขียวมะกอก สีน้ำเงิน และโทนสีธรรมชาติ เช่น สีน้ำตาล และสีครีม จากการใช้สีโทนนี้ทำให้ดูนุ่มนวลสบายตาสร้างบรรยากาศให้ดูนิ่งสงบและผ่อนคลาย และโทนสีเหล่านี้จะช่วยเสริมให้รูปทรงเรขาคณิตดูน่ามองน่าสนใจขึ้นอีกด้วย

 

รูปทรงเราขาคณิต

สำหรับการตกแต่งสไตล์ Mid-Century Modern รูปทรงเลขาคณิตมักเป็นที่นิยมนำมาใช้กัน เนื่องจากจะดูเรียบง่ายและยังมีความทันสมัยให้ความแปลกใหม่ และยังช่วยให้การออกแบบดูมีมิติ ชัดเจนขึ้นมาอีกด้วย

 

เน้นประโยชน์ใช้สอย

สไตล์ Mid-Century Modern มักจะออกแบบห้องให้มีพื้นที่ว่างกว้างๆ แต่ถ้าหากว่าห้องของคุณมีพื้นที่แคบ แนะนำให้ใช้การกั้นห้องด้วยหน้าต่างใสแทนผนังทึบ หรือทุบผนังบางส่วนเพื่อเชื่อมพื้นที่ เพราะนอกจากช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติอย่างทั่วถึงอีกด้วย

หน้าต่างห้องสไตล์ Mid-Century Modern อิงธรรมชาติ

หน้าต่างห้องสไตล์ Mid-Century Modern อิงธรรมชาติ

 

บทความล่าสุด

  • 19การออกแบบสไตล์ Art Deco
    สไตล์การออกแบบซึ่งได้แรงบันดาลใจของงานศิลปะ Art Deco อิทธิพลจากงานศิลปะอียิปต์ยุคโบราณ นิยมใช้โลหะ และ Materials ที่มีความมันวาวมาใช้เป็นองค์ประกอบในการตกแต่ง
  • 18การออกแบบสไตล์มิกซ์แอนด์แมทช์ Mix and Match Style
    Mix and Match Style หาจุดเด่นจากองค์ประกอบของทั้งสองสไตล์ที่แตกต่างกันมาสร้างให้เป็นไฮไลท์ให้กับห้อง จะเป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้กับห้องดูโดดเด่นในแบบของคุณ
  • 21การออกแบบสไตล์ Scandinavian Style
    Scandinavian Style หรือ Nordic Style เป็นคำที่ใช้เรียกสไตล์การแต่งบ้านของคนในแถบสแกนดิเนเวีย เป็นสไตล์ที่เรียบง่าย อบอุ่น อยู่สบายด้วยวัสดุธรรมชาติ
  • 21การออกแบบสไตล์ Loft-Industrial Style
    Loft / Industrial Style มนเสน่ห์หลังจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม การอกแบบตกแต่งเน้นโชว์โครงสร้างอาคาร งานระบบ และวัสดุตกแต่งอาคารที่มีความดิบ แผ่นการแปรรูปน้อย