บทความของเรา

การออกแบบสไตล์ Vintage Style

  • 17 พ.ค. 6578
การออกแบบสไตล์ Vintage Style

VINTAGE STYLE การตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจ ถ้าพูดถึงการตกแต่งบ้านที่ให้อารมณ์และความรู้สึกเหมือนได้ย้อนไปในยุค 60 และ 70 ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความหวานผสมผสานความเรียบง่ายแต่ดูคลาสสิก ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนแต่ความทรงจำและเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นของตกแต่งบ้าน ตึกรามบ้านช่อง กลับเป็นที่ตราตรึงและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยเรียกกันว่า “วินเทจสไตล์”

 

ห้องนอน Vintage Style

 ห้องนอน Vintage Style

 

ความหมายของ “วินเทจ” คือ

วินเทจ คือ ศิลปะหรือของที่มีอายุย้อนไปจากปัจจุบันมากกว่า 20 ปี แต่ไม่เก่าไปถึงปี 1920 ถ้าเก่าเกินกว่านั้นเขาเรียก แอนทีค หรือวัตถุโบราณ เป็นการตกแต่งบ้านที่ได้จำลองรูปแบบการออกแบบพื้นที่ใช้สอยในยุคเก่ามาใช้ร่วมกันกับของตกแต่งที่มีอายุการใช้งานนาน(เก่า) ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ ตู้ เตียง เก้าอี้ โซฟา เคาน์เตอร์ แจกัน โคมไฟ รวมไปถึงการตกแต่งภายในที่เน้นการสร้างบรรยากาศให้ดูอบอุ่น จากการเลือกสีสันลวดลายของผ้าม่าน วอลเปเปอร์และโทนสีของบ้าน

 

“วินเทจ” และ “เรโทร” แตกต่างกันอย่างไร?

หลายคนมักสับสนกับความหมายของคำว่า“วินเทจ” และ “เรโทร” ซึ่งแปลว่า “เก่า” เหมือนกัน แต่คำว่า Retro ย่อมาจากคำว่า Retrospective แปลว่าย้อนยุค นั่นหมายความว่าเรโทรคือของที่ทำขึ้นใหม่แต่ได้แรงบันดาลใจหรือรูปแบบมาจากดีไซน์ดั้งเดิม หรือได้แบบมาจากของวินเทจ ดังนั้น เรโทร จึงไม่ใช่ของเก่าเพราะเป็นของที่ทำขึ้นมาใหม่นั่นเอง บ้านที่ตกแต่งสไตล์วินเทจไม่ได้หมายถึงเพียงบ้านที่มีหรือสะสมแต่ของเก่าเท่านั้น แต่กลับเป็นบ้านที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของบ้านยุค 40 - 50 ที่มีบรรยากาศของบ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรักความอบอุ่น มีเรื่องราวจากการผสมผสานของของประดับตกแต่งสมัยเก่าหลายๆ อย่างมารวมกัน ผนังตกแต่งด้วยไม้แบบซ้อนเกล็ด หรือติดคิ้วบัวเล็กๆ นิยมใช้โทนไปทางสีอ่อน เช่น สีเอิร์ธโทน หรือสีพาสเทล การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีลอยถลอกสีที่หลุดล่อนออกไป ช่วยส่งเสริมให้บรรยากาศของบ้านเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ผ่านกาลเวลามานาน โซฟา - อาร์มแชร์ที่มีความโค้งมนรับกับสรีระ ช่วยทำให้บรรยากาศของบ้านดูอบอุ่น ผ่อนคลาย และสบายเมื่อได้ใช้งาน ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติ เช่น ไม้ที่ทาสีอย่างง่ายๆ ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน เป็นต้น

 

ห้องนั่งเล่น Vintage Style กลิ่นไอ Retro

ห้องนั่งเล่น Vintage Style กลิ่นไอ Retro

 

องค์ประกอบของการตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจ

  • สี การใช้สีบ้านสไตล์วินเทจมักใช้สีโทนอ่อน ไม่เน้นความฉูดฉาดแต่ดูหรูหรา เช่น สีขาว ครีม เหลือง รวมไปถึงชมพูอ่อนและสีม่วงอ่อนๆ
  • เฟอร์นิเจอร์ การเลือกเฟอร์นิเจอร์บ้านสไตล์วินเทจนิยมตกแต่งเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวที่มีลักษณะเก่าและย้อนยุค ส่วนใหญ่มักเน้นโทนสีน้ำตาล ยิ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีร่องรอยช่วยเพิ่มบรรยากาศของความเป็นวินเทจได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญการตกแต่งภายในบ้านสไตล์วินเทจไม่เพียงแต่ต้องใช้การตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์เป็นแบบวินเทจทั้งหมดเพราะสามารถนำของตกแต่งสไตล์อื่น เช่น สไตล์โมเดิร์น มาจัดวางให้อยู่ด้วยกันได้ แต่ต้องใช้สีหรือลักษณะผิวที่คล้ายๆ กัน เพื่อให้เกิดความกลมกลืนและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
  • ผนังตกแต่ง การตกแต่งผนังบ้านเป็นการสร้างจุดโดดเด่นให้กับตัวบ้านและทำให้ผนังห้องดูน่าสนใจเพิ่มมิติให้กลับพื้นผิวผนัง การตกแต่งผนังห้องสไตล์วินเทจนิยมสร้าง Display ด้วยการจัดกลุ่มผสมชิ้นส่วนข้าวของโบราณ ไม่ว่าจะเป็นจานเซรามิกเพ้นต์ภาพวิวอาคารบ้านเรือนหรือภาพคนในยุคคลาสสิก หากใครมีจานเซรามิกแบบนี้สะสมอยู่ก็สามารถนำมาแขวนโชว์หรือตกแต่งได้รวมไปถึง กรอปรูปขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มความสนุกสนานและสีสันภายในบ้านด้วยฉากกั้นห้อง ก็สร้างอารมณ์วินเทจได้อีกแบบหนึ่งเหมือนกัน
  • ผ้าม่าน การเลือกผ้าม่านผ้าลายเถาว์หรือลายดอกไม้สีสวยแสนหวาน เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ช่วยสร้างความเป็นวินเทจ ลองนำผ้าม่านมาติดตามประตูหรือหน้าต่าง รวมไปถึงใช้คลุมโต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เสริมบรรยากาศให้ดูอบอุ่นและอ่อนหวาน

 

การจัดองค์ประกอบตกแต่ง Vintage Style

การจัดองค์ประกอบตกแต่ง Vintage Style

 

บทความล่าสุด

  • 26เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว มีข้อดี-ข้อด้อย อย่างไร
    เฟอร์นิเจอร์แบบบิวท์อิน และแบบลอยตัว คืออะไร ข้อดี-ข้อด้อย ของเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน-ลอยตัว และการออกแบบ-ประโยชน์ใช้สอย ต่างกันอย่างไร
  • 85การใช้แผ่นไม้ลามิเนต (Laminate Wood) ในการตกแต่งบ้าน-คอนโด
    แผ่นไม้ลามิเนตใช้ตกแต่งอะไรได้บ้าง คุณสมบัติแผ่นไม้ลามิเนต งานปิดผิวตู้และเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน งานปิดผิวอื่นๆ และจุดเด่นต่างๆ มีอะไรบ้าง
  • 84การออกแบบสไตล์ Art Deco
    สไตล์การออกแบบซึ่งได้แรงบันดาลใจของงานศิลปะ Art Deco อิทธิพลจากงานศิลปะอียิปต์ยุคโบราณ นิยมใช้โลหะ และ Materials ที่มีความมันวาวมาใช้เป็นองค์ประกอบในการตกแต่ง
  • 68การออกแบบสไตล์มิกซ์แอนด์แมทช์ Mix and Match Style
    Mix and Match Style หาจุดเด่นจากองค์ประกอบของทั้งสองสไตล์ที่แตกต่างกันมาสร้างให้เป็นไฮไลท์ให้กับห้อง จะเป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้กับห้องดูโดดเด่นในแบบของคุณ
  • 79การออกแบบสไตล์ Scandinavian Style
    Scandinavian Style หรือ Nordic Style เป็นคำที่ใช้เรียกสไตล์การแต่งบ้านของคนในแถบสแกนดิเนเวีย เป็นสไตล์ที่เรียบง่าย อบอุ่น อยู่สบายด้วยวัสดุธรรมชาติ
  • 78การออกแบบสไตล์ Loft-Industrial Style
    Loft / Industrial Style มนเสน่ห์หลังจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม การอกแบบตกแต่งเน้นโชว์โครงสร้างอาคาร งานระบบ และวัสดุตกแต่งอาคารที่มีความดิบ แผ่นการแปรรูปน้อย
  • 78การออกแบบสไตล์ Modern Luxury
    Modern Luxury เพิ่มบรรยากาศการตกแต่งภายในให้สง่างามมีระดับมากยิ่งขึ้น ด้วยวัสดุที่หรูหรา เช่น หินอ่อน ผ้าไหม หนังขนสัตว์กำมะหยี่ กระจก แก้วคริสตัล และโลหะมันวาว
  • 71การออกแบบสไตล์ Mid-Century Modern 
    Mid-Century Modern สไตล์การออกแบบ ช่วงปี ค.ศ. 1950 – 1980 หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง ท่ามกลางการขาดแคลนวัตถุดิบ และการคิดค้นหาวัตถุดิบใหม่
  • 71การออกแบบสไตล์คอนเทมโพรารี่ Contemporary modern
    Contemporary modern คือการตกแต่งดีไซน์ให้ลักษณะแบบร่วมสมัย อย่างเช่นการนำเอาชิ้นงานต่างๆ นำมาผสมผสานจนเกิดความลงตัวและความสมดุล
  • 73การออกแบบสไตล์มินิมอล Minimal Modern
    Minimal Modern การใช้องค์ประกอบที่น้อยและใช้วัสดุที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เน้นแสงและเงาที่สร้างให้บรรยากาศของห้องมีความสวยงามดั่งงานศิลปะ
  • 89การออกแบบสไตล์โมเดิร์น Modern
    Modern Style เป็นสไตล์การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานสถาปัตยกรรมยุค 20 โดยสีที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นเฉดสีกลางๆ เช่น ขาว เทา ดำ ครีม เบจ