บทความของเรา

การออกแบบสไตล์มิกซ์แอนด์แมทช์ Mix and Match Style

  • 27 พ.ค. 6569
การออกแบบสไตล์มิกซ์แอนด์แมทช์ Mix and Match Style

Mix and Match Style สไตล์การแต่งบ้านที่เกิดจากความผสมผสานของสไตล์ต่างๆ มารวมกันในการตกแต่งบ้าน Mix and Match Style บางครั้งการตกแต่งสไตล์นี้ถูกจำกัดความอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่างการแตกต่างไม่เข้าพวกกับความสวยงามจากการไม่เข้ากัน จะว่าไปแล้วงานสไตล์นี้ต้องอาศัยประสบการณ์และความกล้าในการตกแต่งอย่างมากเลยทีเดียว แต่สิ่งสำคัญก่อนประโคมทุกอย่างลงในห้องควรกำหนดพื้นที่ใช้สอยหรือฟังก์ชันให้กับห้องนั้นๆ ก่อน แล้วจึงตามด้วยกฎ 80/20 คือกำหนดทิศทางและภาพรวมการตกแต่งของสไตล์ห้องให้เป็นไตล์เดียวกัน 80% แล้วจึงตามด้วยไตล์ที่รองลงมาอีก 20% รวมเข้าด้วยกัน การใช้สีที่เชื่อมโยงกันก็เป็น Tips เล็กๆ ที่สามารถเชื่อมโยงสไตล์การตกแต่งให้เข้ากันได้อย่างดี สุดท้ายลองหาจุดเด่นจากองค์ประกอบของทั้งสองสไตล์ที่ไม่เข้ากันมาสร้างเป็นไฮไลท์ให้กับห้อง จะเป็นเสน่ห์ดึงดูดเพิ่มความโดดเด่นให้กับห้องขึ้นมาเลยทีเดียว

 

รู้จักพื้นฐานของสไตล์ต่างๆ 

ก่อนตัดสินใจเลือกสไตล์ที่จะนำไปใช้ในการตกแต่ง คุณควรศึกษาและทำความรู้จักพื้นฐานของสไตล์ต่างๆ ให้ดี เพื่อให้รู้ถึงที่มารูปแบบและการสื่อถึงความรู้สึกในแบบต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกสไตล์ในการตกแต่งได้ตรงกับความชอบของคุณมากขึ้น รวมทั้งยังทำให้เข้าใจในเอกลักษณ์ของแต่ละสไตล์ และสามารถนำจุดเด่นมาผสมผสานกันได้อย่างชัดเจนขึ้นอีกด้วย

 

ห้องรับแขก Mix and Match Style

ห้องรับแขก Mix and Match Style

 

การเชื่อมโยงการตกแต่ง Mix and Match Style

สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการนำรูปแบบการตกแต่งในแต่ละสไตล์ มาจัดรวมกันให้ดูกลมกลืนและไปด้วยกันได้ คือการหาจุดร่วมในองค์ประกอบของการตกแต่งแต่ละส่วนให้มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ซึ่งสามารถทำได้โดยการมองเห็น พยายามคุมภาพรวมในการตกแต่งตั้งแต่พื้น ผนัง ฝ้าเพดาน ประตูหน้าต่าง ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งชิ้นเล็กๆ ให้มีความเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยการเชื่อมโยงทางสายตา เช่นการใช้สีเดียวกันหรืออยู่ในโทนเดียวกัน รวมไปถึงการใช้วัสดุชนิดเดียวกันหรือให้ความรู้สึกไปในทางเดียวกันรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้จะช่วยปรับให้ของต่างสไตล์กันดูเข้ากันได้มากขึ้นความรู้สึกแม้จะเป็นของตกแต่งที่มีสไตล์ต่างกัน แต่หากเลือกใช้ของตกแต่งที่มีลักษณะรูปแบบคล้ายคลึงกัน เช่น รูปทรงเหลี่ยม หรือโค้งมน การเน้นรายละเอียด หรือความเรียบง่าย จังหวะลวดลาย การใช้เส้นตรง เส้นโค้ง หรือการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดและสัดส่วนคล้ายคลึงกัน เช่น ความหนา-บาง ความโปร่ง-ทึบตัน ความสูง-ต่ำ เพื่อสร้างความรู้สึกต่อเนื่องให้กับของแต่ละชิ้น

 

ห้องนั่งเล่น Mix and Match Style

ห้องนั่งเล่น Mix and Match Style

 

ผสมผสานอย่างมีชั้นเชิง Mix and Match Style

หลังจากที่เตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็ถึงขั้นตอนสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดหน้าตาของการตกแต่งว่าจะออกมาเป็นอย่างไรนั่นคือ การผสมผสานแต่ละสไตล์ให้เข้ากันซึ่งต้องอาศัยเทคนิคบวกกับรสนิยมและความเข้าใจพื้นฐาน ดังนี้การกำหนดสไตล์ที่เป็นหลักและสไตล์ที่เป็นรอง การกำหนดทิศทางโดยอาจให้ค่าน้ำหนักเป็น 80 ต่อ 20 หรือ 70 ต่อ 30 ตามความต้องการไม่จำเป็นต้องยึดติดกับกฎเกณฑ์มากนัก เติมความสนุกหรือความเป็นตัวคุณลงไป เพื่อสร้างสรรค์เอกลักษณ์และรูปแบบเฉพาะตัวอยากทำอะไรก็ทำให้เต็มที่เพราะที่นี่คือพื้นที่ของคุณ โดยอาจลดทอนบางส่วนเพื่อเป็นการส่งเสริมให้อีกส่วนหนึ่งดูโดดเด่นขึ้น เช่นลดรายละเอียดของเฟอร์นิเจอร์เพื่อโชว์ลาย Wallpaper บนผนัง หรือใช้ผนังสีอ่อนเพื่อขับให้ของตกแต่งดูโดดเด่นมากขึ้น

บทความล่าสุด

  • 26เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว มีข้อดี-ข้อด้อย อย่างไร
    เฟอร์นิเจอร์แบบบิวท์อิน และแบบลอยตัว คืออะไร ข้อดี-ข้อด้อย ของเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน-ลอยตัว และการออกแบบ-ประโยชน์ใช้สอย ต่างกันอย่างไร
  • 85การใช้แผ่นไม้ลามิเนต (Laminate Wood) ในการตกแต่งบ้าน-คอนโด
    แผ่นไม้ลามิเนตใช้ตกแต่งอะไรได้บ้าง คุณสมบัติแผ่นไม้ลามิเนต งานปิดผิวตู้และเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน งานปิดผิวอื่นๆ และจุดเด่นต่างๆ มีอะไรบ้าง
  • 84การออกแบบสไตล์ Art Deco
    สไตล์การออกแบบซึ่งได้แรงบันดาลใจของงานศิลปะ Art Deco อิทธิพลจากงานศิลปะอียิปต์ยุคโบราณ นิยมใช้โลหะ และ Materials ที่มีความมันวาวมาใช้เป็นองค์ประกอบในการตกแต่ง
  • 79การออกแบบสไตล์ Scandinavian Style
    Scandinavian Style หรือ Nordic Style เป็นคำที่ใช้เรียกสไตล์การแต่งบ้านของคนในแถบสแกนดิเนเวีย เป็นสไตล์ที่เรียบง่าย อบอุ่น อยู่สบายด้วยวัสดุธรรมชาติ
  • 78การออกแบบสไตล์ Loft-Industrial Style
    Loft / Industrial Style มนเสน่ห์หลังจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม การอกแบบตกแต่งเน้นโชว์โครงสร้างอาคาร งานระบบ และวัสดุตกแต่งอาคารที่มีความดิบ แผ่นการแปรรูปน้อย
  • 78การออกแบบสไตล์ Vintage Style
    Vintage Style การตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจ ถ้าพูดถึงการตกแต่งบ้านที่ให้อารมณ์และความรู้สึกเหมือนได้ย้อนไปในยุค 60 และ 70
  • 78การออกแบบสไตล์ Modern Luxury
    Modern Luxury เพิ่มบรรยากาศการตกแต่งภายในให้สง่างามมีระดับมากยิ่งขึ้น ด้วยวัสดุที่หรูหรา เช่น หินอ่อน ผ้าไหม หนังขนสัตว์กำมะหยี่ กระจก แก้วคริสตัล และโลหะมันวาว
  • 71การออกแบบสไตล์ Mid-Century Modern 
    Mid-Century Modern สไตล์การออกแบบ ช่วงปี ค.ศ. 1950 – 1980 หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง ท่ามกลางการขาดแคลนวัตถุดิบ และการคิดค้นหาวัตถุดิบใหม่
  • 71การออกแบบสไตล์คอนเทมโพรารี่ Contemporary modern
    Contemporary modern คือการตกแต่งดีไซน์ให้ลักษณะแบบร่วมสมัย อย่างเช่นการนำเอาชิ้นงานต่างๆ นำมาผสมผสานจนเกิดความลงตัวและความสมดุล
  • 73การออกแบบสไตล์มินิมอล Minimal Modern
    Minimal Modern การใช้องค์ประกอบที่น้อยและใช้วัสดุที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เน้นแสงและเงาที่สร้างให้บรรยากาศของห้องมีความสวยงามดั่งงานศิลปะ
  • 89การออกแบบสไตล์โมเดิร์น Modern
    Modern Style เป็นสไตล์การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานสถาปัตยกรรมยุค 20 โดยสีที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นเฉดสีกลางๆ เช่น ขาว เทา ดำ ครีม เบจ